ภาษาไทย | English
ข้อมูลทั่วไป งานบริหาร หลักสูตร วิทยานิพนธ์ ศิษย์เก่า งานวิจัย การประชุมวิชาการ

 


หน่วยงานภายใน   

การดำเนินคดีทุรเวชปฏิบัติที่เป็นคดีอาญาในประเทศไทย: กรณีศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ

ธัญญธร อินศร. วรรณา บุญศรีเมือง. ฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุล
บทคัดย่อ เมื่อเกิดการรักษาที่ผิดพลาดของแพทย์จนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และจิตใจของผู้ป่วยซึ่งเรียกว่า ทุรเวชปฏิบัติ ขึ้น การดำเนินคดีอาญานับเป็นกลไกของรัฐทางหนึ่งที่มีขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิในชีวิต ร่างกาย และจิตใจจากหลักประกันการได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของประชาชน อย่างไรก็ดีการดำเนินคดีทุรเวชปฏิบัติทางอาญาในสังคมไทยยังมีจำนวนไม่มากนัก การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ โดยวิเคราะห์หลักทฤษฎีทางนิติศาสตร์ที่ปรากฏในบทบัญญัติกฎหมายอาญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจากคำพิพากษาทั้งของไทย สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ตลอดจนได้สัมภาษณ์แบบลึกกับผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แก่ ผู้พิพากษา อัยการ นายแพทย์. จากการศึกษาวิจัย สรุปได้ว่าโดยบริบทของสังคมไทยมีความแตกต่างจากสังคมสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ดังนั้นสังคมไทยจึงมิได้มองว่าแพทย์เป็นอาชญากรเหมือนสังคมตะวันตก อย่างไรก็ดีพบว่า พฤติการณ์ในคดีทุรเวชปฏิบัติในสหรัฐอเมริกามีรูปแบบที่หลากหลายมากกว่าในไทย อีกทั้งระบบการพิจารณาคดีของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษนั้นเป็นระบบกฎหมายแบบคอมมอนลอว์ (Common Law) ซึ่งมีลักษณะของการพิจารณคดีโดยลูกขุน (jury) จึงต่างจากการพิจารณาคดีของไทยที่เป็นระบบกฎหมายแบบซีวิล ลอว์ (Civil Law) อย่างไรก็ดีพบว่า การดำเนินคดีทุรเวชปฏิบัติทางอาญาส่วนใหญ่มักกล่าวหาจำเลย (แพทย์) ในฐานการกระทำความผิดโดยประมาท ซึ่งจะพบว่าระบบกฎหมายไทยจะพิจารณาถึงระดับของการกระทำโดยความประมาทเลินเล่อในทางแพ่ง (Negligent) กับการกระทำโดยประมาท (Reckless) ในทางอาญา ซึ่งมักจะแยกกันไม่ออก แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษนั้นมีหลักกฎหมายว่าด้วยเรื่อง การกระทำผิดด้วยความประมาทอย่างร้ายแรง (Reckless) ซึ่งมีเจตนาร้าย (Mens Rea) จึงเป็นความผิดทางอาญาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ กฎหมายของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษยังได้จำแนกฐานความผิดที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตออกเป็นหลายระดับซึ่งมีความแตกต่างจากกฎหมายไทย. ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่า การดำเนินคดีทุรเวชปฏิบัติทางอาญาทั้งในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ นั้น โจทก์ในคดี (ผู้ป่วยและญาติ) ล้วนประสบความยากลำบากในการดำเนินคดีเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ทั้งสามประเทศได้ยึดถือหลักการดำเนินคดีอาญาตามหลักภาระการพิสูจน์ (Burden of Proof) หลักการพิสูจน์จนสิ้นสงสัย (Prove beyond a reasonable doubt) โดยอาศัยพยานผู้ชำนาญการพิเศษทางการแพทย์เป็นสำคัญเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังได้ยอมรับในหลักการว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผล (Causation) หลักการมิให้ลงโทษบุคคลใดในการกระทำความผิดอย่างเดียวกันสองครั้ง (Double Jeopardy) และหลักการว่าด้วยการให้ความคุ้มครองเพื่อมิให้บุคคลใดต้องเบิกความให้การอันเป็นการปรักปรำตนเอง (Protection against self-incrimination) สำหรับหลักการว่าด้วยบทตัดพยานนั้น (Exclusionary rule) ทั้งไทย สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ต่างยอมรับในหลักดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่อาจมีความแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดของบทบัญญัติ และสภาพบังคับในบางหลักเกณฑ์ว่าด้วยเรื่องบทตัดพยานอยู่บ้าง. อย่างไรก็ดี พบว่าการดำเนินคดีทุรเวชปฏิบัติทางอาญาในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้างกล่าวคือ ในสหรัฐอเมริกานั้นได้ยอมรับการนำหลักการเรื่องการต่อรองคำรับสารภาพ (Plea bargaining) และหลักการว่าด้วยกฎหมายปิดปาก (Estoppel) มาใช้ในคดีทุรเวชปฏิบัติทางอาญา ซึ่งประเทศไทยมิได้นำหลักการดังกล่าวมาใช้แต่อย่างใด.

Keywords : คดีทุรเวชปฏิบัติ. ทุรเวชปฏิบัติ.

Download Fulltext

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

เอกสารและแบบฟอร์ม
ห้องสมุด อิเล็กทรอนิกส์
หนังสือ/ตำรา/คู่มือ
ศูนย์วิจัยและตำรา
รายงานผลการ ปฏิบัติงาน
ฐานข้อมูล บุคลากร
ฐานข้อมูลศิษย์ เก่า
กระดานข่าวสาร
อินทราเน็ต
 webmail.mahidol.ac.th
Map and Direction
Faculty Information
   Home | About us | Contact us | About Mahidol University | Link