ประกาศ! ขยายเวลาส่งบทความ ถึงวันที่ 3 มกราคม 2555 และเลื่อนจัดงานเป็นวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2555 เนื่องจากเหตุน้ำท่วม โดยจะประกาศผลการคัดเลือกบทคัดย่อและบทสรุป ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 สมัครเข้าร่วมงานได้ถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555
    




การประชุมวิชาการสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ ประจำปี 2554

หัวข้อ “อาเซียน มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติกับอนาคตประเทศไทย
วันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพมหานคร

หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยในยุคโลกาภิวัตน์ มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ที่จะต้องปรับตัว อย่างขนานใหญ่ และอย่างรวดเร็วภายใต้บริบทปฏิสัมพันธ์ระหว่างนานาชาติตั้งแต่ระดับประเทศเพื่อนบ้าน  ที่มีพรมแดนติดต่อกัน จนถึงระดับภูมิภาค และระดับสากล แม้สังคมโลกจะเชิดชูอุดมคติความร่วมมือ สันติภาพ และความเสมอภาคอย่างยั่งยืนระหว่างชาติ แต่ในความเป็นจริงประชาคมโลกยังเต็มไปด้วยการแข่งขัน ความเหลื่อมล้ำ และความขัดแย้ง เพื่อสามารถยืนหยัด อยู่รอดเท่าทันและก้าวหน้าในกระแสโลกดังกล่าว หลายประเทศพยายามสร้างความเข้มแข็งขึ้นด้วยการตั้งชุมชนกลุ่มประเทศเพื่อแสวงหา และพิทักษ์ผลประโยชน์ร่วมกัน การเคลื่อนไหวในแนวทางดังกล่าวที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดและแข็งขันคือประชาคม “อาเซียน” ประชาคมอาเซียนเป็นการเปิดประตูเชื่อมต่อกัน ซึ่งได้พัฒนาปรับตัวมาโดยตลอดจนมีเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าคือพุทธศักราช 2558 (ค.ศ. 2015) ระหว่างประเทศในเอเชียอาคเนย์เพื่อเสริมสร้างเอกภาพและความเข้มแข็งกลุ่มประเทศในภูมิภาคนี้ ด้วยการสร้างระเบียบกฎเกณฑ์และมาตรฐานกลางให้ประเทศสมาชิกยึดเป็นแนวทางในการเคลื่อนไหว ถ่ายเท ถ่ายโอนและแลกเปลี่ยนในด้านต่างๆโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การศึกษาและแรงงาน เพราะฉะนั้นการดำรงอยู่และการขับเคลื่อนของประเทศไทยในอนาคต ภายใต้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้โดยอิสระ คำนึงถึงแต่เพียงปัจจัยสภาพภายในของชาติ เป็นเอกเทศจากประชาคมโลกและอาเซียนได้

คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ในฐานะเป็นส่วนองคาพยพของมหาวิทยาลัยมหิดลที่กำหนดฐานะมหาวิทยาลัยให้เป็น “ภูมิปัญญาของแผ่นดิน” (Wisdom of the Land) และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ เห็นว่าเครื่องมือที่สำคัญยิ่งยวดต่อการปรับตัวของประเทศในบริบทประชาคมโลกปัจจุบันและประชาคมอาเซียน ที่มีทั้งอุดมคติและความเป็นจริงอันท้าทายทั้งหลาย คือการแสวงหาและการถ่ายทอดการรอบรู้ การรู้ลึก การรู้เท่าทัน และการคาดการณ์ล่วงหน้าต่อตนเอง สังคมไทยและโลกรอบด้าน เพื่อการนี้จึงเห็นควรที่คณะฯ จะกระตุ้นการเล็งเห็นความสำคัญและการให้องค์ความรู้แก่มหาวิทยาลัยเอง และแก่สังคมไทยโดยรวม เพื่อให้ความรู้และแนวทางในการกำหนดทิศทางของประเทศในอนาคตที่ว่าด้วยประเทศไทยกับอาเซียน การวิจัยและการจัดการศึกษาโดยทั่วไปและที่เกี่ยวกับอาเซียนโดยเฉพาะ ด้วยการจัดประชุมประจำปีระดับชาติของคณะในพุทธศักราช 2554 ในหัวข้อ “อาเซียน มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติกับอนาคตประเทศไทย”

วัตถุประสงค์ของการประชุม

  1. เสริมสร้างความรู้และการตระหนักถึงความสำคัญให้แก่สังคมในเรื่องประชาคมอาเซียนและผลกระทบต่อประเทศไทย
  2. ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับบทบาทของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะมหาวิทยาลัย
    วิจัยแห่งชาติและมหาวิทยาลัยของประเทศในประชาคมอาเซียน
  3. เป็นเวทีสาธารณะทางวิชาการสำหรับการนำเสนอผลงานวิจัยของนักวิชาการ นักศึกษาของคณะฯ และของบุคคลทั่วไป
  4. ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนและการวิจัยแก่ผู้รับผิดชอบโดยตรงและสังคมทั่วไป

 

หน่วยงานรับผิดชอบ   คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ระยะเวลาดำเนินการ

วันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2555

สถานที่ดำเนินการ

โรงแรมรอยัลริเวอร์   เชิงสะพานกรุงธนฯ กรุงเทพมหานคร

ผู้เข้าร่วมประชุม   รวมจำนวนประมาณ 500 คน  ดังนี้

  1. คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย ผู้บริหารและบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล
    และจากสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน  
  2. นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล และจากสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน
  3. ศิษย์เก่าของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และผู้สนใจทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

ค่าลงทะเบียน
ศิษย์เก่าและบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยมหิดล (ยกเว้นแขกรับเชิญ) 500 บาท

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. สาธารณชนได้รับความรู้และตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องประชาคมอาเซียนและผลกระทบต่อประเทศไทย
  2. มหาวิทยาลัยและสังคมได้ทราบข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับบทบาทของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และ
    มหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะ มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติและมหาวิทยาลัยของประเทศในประชาคมอาเซียน
  3. เกิดความร่วมมือและการเผยแพร่ผลงานทางด้านวิชาการของคณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษา และบุคคลทั่วไป
    ผ่านการนำเสนอผลงานวิจัยในเวทีสาธารณะรัฐบาลในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรงและสังคมได้รับทราบข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
    ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนและการวิจัย

 

****************************